หน้าหลัก

การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ฟิวส์

ประเภทของ ฟิวส์

สะพานไฟ

สวิตซ์

เต้ารับและเต้าเสียบ

วงจรไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง

......... หลอดไฟ

......... สตาร์เตอร์-แบลลัตต์

......... วงจรหลอดไฟฟ้า

......... ความหมายและตัวเลขที่ปรากฎบนเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน

......... หลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน .......

....... เตารีดไฟฟ้า

......... หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

......... หม้อต้มน้ำร้อน

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล.........

........ พัดลมไฟฟ้า

......... เครื่องปั้นไฟฟ้า

......... เครื่องดูดฝุ่น

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง

......... เครื่องรับวิทยุ-เครื่องบันทึกเสียง

 

 

 

หลอดไฟ

.........

รูปส่วนประกอบของหลอดไฟฟ้า

 ( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

ส่วนประกอบของหลอดไฟฟ้า

 หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดาหรือหลอดไฟฟ้าชนิดไส้ มีส่วนประกอบทั่วๆไปดังนั้

........ 1. หลอดแก้ว

........ 2. ไส้หลอดทำด้วยโลหะทังสเตน

........ 3. เส้นหลอดต่อเข้ากับไส้หลอด

........ 4. ลอดยึดไส้หลอด

........ 5. ก้านลวดยึดไส้หลอด

........ 6. ขั้นหลอด

........ ในการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าชนิดนี้ บริษัทผู้ผลิตจะเอาอากาศออกจากหลอดแก้วจนหมด แล้วบรรจุก๊าซอาร์กอนหรือไอโอดีน
เข้าไปแทนที่ เพื่ออายุการใช้งานของหลอดนานขึ้น หลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้มีหลายขนาดด้วยกัน เช่น 3 วัตต์ 25 วัตต์ 40 วัตต์ 100 วัตต์
เป็นต้น อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้าประมาณ 1000 ชั่วโมง หลอดไฟฟ้าชนิดไส้มี 2 แบบ คือ ขั้วแบบเกลียวแล้วขั้วแบบเขี้ยว

หลักการทำงานของไส้หลอดไฟฟ้า

 ........ เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอดที่ทำด้วยทังสเตนที่มีความต้านทานสูง ไส้หลอดจะไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน แต่ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่สูงของกระแสไฟฟ้าจึงดันให้อิเลคตรอนผ่านไส้หลอด การที่ไส้หลอดมีขนาดเล็กมากประกอบกับ
มีความต้านทางสูง เมื่ออิเลคตรอนอิสระเคลื่อนที่ผ่านจึงทำให้เกิดความร้อนสูงมากจนไส้หลอดเปล่งแสงออกมา

........ ปัจจุบันไม่นิยมใช้หลอดไฟฟ้าชนิดไส้ เนื่องจากหลอดไฟฟ้าชนิดนี้มีความร้อนสูงและสิ้น เปลืองกำลังไฟฟ้ามาก

หลอดตะเกียบ

( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

หลักการทำงานของหลอดประหยัดพลังงาน ( หลอดตะเกียบ)

........  หลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงานโดยทั่วไปใช้กับความ ต่างศักย์ ขนาด 230 โวลต์ เมื่อกดสวิตช์เพื่อเปิดไฟ ความต่างศักย์
ที่สตาร์ตเตอร์ (Starter) จุดติดอยู่ระหว่าง 250 โวลต์- 450 โวลต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายกระแสไฟฟ้า (Glow discharge) เมื่อกระแสไฟไหลผ่านวงจรผ่าน ขั้วบวกและขั้วลบที่มีแท่งโลหะ (Bimetal) ต่อเชื่อมอยู่ เมื่อกระแสไฟไหลผ่านขั้วทั้งสองแล้ว จะเกิดการไหลของกระแสไฟภายใต้ความต่างศักย์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ขดลวดที่ทำมาจากโลหะทังสเตนปล่อยอิเลคตรอนวิ่งไปชนกับอะตอมของก๊าซในหลอดไฟ (Impact ionization) ทำให้อะตอมของก๊าซเกิดปฎิกิริยาไอออนไนเซชัน ( เกิดเป็นอนุภาคของก๊าซที่มีขั้ว) เมื่ออนุภาคที่มีขั้วดังกล่าววิ่งไปชน
กับสารเรืองแสง (Luminescent substance) ก็จะเกิดเป็นสเปคตรัมหรือแสง ที่เรามองเห็นนั่นเอง

หลอดฟลูอเรสเซนต์


( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

ส่วนประกอบของหลอดไฟฟ้า

........ หลอดไฟฟ้าชนิดนี้ มีลักษณะแตกต่างไปจากหลอดไฟฟ้าธรรมชาติชนิดไส้ กล่าวคือ ตัวหลอดทำด้วยแก้ว บางใสกลมยาวรูปทรงกระบอกหรือรูปวงกลม ภายในหลอดแก้วจะสูบอากาศออกเกือบหมด และบรรจุก๊าซอาร์กอนและปรอทไว้เล็กน้อย ที่ผิวด้านในของหลอดฉาบไว้ด้วยสารเคมีบางชนิดที่เปล่งแสงได้ เมื่อได้รับรังสีอัลตร้าไวโอเลต สารเคมีที่มีสมบัติดังกล่าวนี้เรียกว่า
สารเรืองแสง ที่เหลือไส้หลอดแต่ละข้างจะมีขั้วโลหะอาบน้ำยาเพื่อให้กระจายอิเลคตรอนได้ง่าย เมื่อได้รับความร้อนจากไส้หลอดขั้วโลหะเป็นขั้วไฟฟ้าที่เรียกว่า อิเลคโทรด ( Electrode ) ซึ่งขั้วไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อต่อกระแสไฟฟ้าจากวงจรภายนอกเข้าสู่ตัวหลอด

........ การใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่สามารถต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงเหมือนกับหลอดไฟฟ้าธรรมดา เพราะจะทำให้หลอดไส้ขาดทันทีที่กระแสไฟฟ้าผ่าน ดังนั้นจึงต้องใช้ต่อร่วมกับอุปกรณ์อื่นอีก ได้แก่ สตาร์ตเตอร์ และบัลลัสต์

 

 

ผู้จัดทำ : นายศุภพงศ์ คล้ายคลึง ครูคศ.2 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย