หน้าหลัก

การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ฟิวส์

ประเภทของ ฟิวส์

สะพานไฟ

สวิตซ์

เต้ารับและเต้าเสียบ

วงจรไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง

......... หลอดไฟ

......... สตาร์เตอร์-แบลลัตต์

......... วงจรหลอดไฟฟ้า

......... ความหมายและตัวเลขที่ปรากฎบนเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน

......... หลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน .......

....... เตารีดไฟฟ้า

......... หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

......... หม้อต้มน้ำร้อน

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล.........

........ พัดลมไฟฟ้า

......... เครื่องปั้นไฟฟ้า

......... เครื่องดูดฝุ่น

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง

......... เครื่องรับวิทยุ-เครื่องบันทึกเสียง

 

 

 

 

วงจรไฟฟ้า

( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

........เนื่องจากไฟฟ้าจัดเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง มนุษย์ได้พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะนำไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ นั่นคือมนุษย์จะต้องสามารถควบคุมให้เกิดไฟฟ้าและสามมารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่นๆ เช่น พลังงานกลทำให้เครื่องจักรทำงาน พลังงานแสว่าง พลังงานความร้อน ฯลฯ ได้อีกด้วย ดังนั้นวิธีที่จะเปลี่ยนไฟฟ้าจากเดิมซึ่งปรากฎการณ์อย่างหนึ่งไปใช้ใช้งานที่เกิดเป็นประโยชน์ได้จึงจำเป็นต้องผ่านกรรมวิธีอย่างหนึ่ง
ที่เรียกว่า วงจรไฟฟ้า

........วงจรไฟฟ้าเป็นเส้นทางการเคลื่อนที่ของอิเลคตรอนอิสระที่ออกจากจุดเริ่มต้นไปตามทางผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง แล้วจึงวกกลับมาที่จุดเริ่มต้น เมื่อกล่าวถึงวงจรไฟฟ้าภายในบ้านโดยกระแสไฟฟ้าจะเครื่องที่ผ่านมาตรวัดไฟฟ้าเส้นหนึ่งที่มีศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ ที่เราเรียกว่า สายมี ไฟ เข้าสู่สะพานไฟ ผ่านฟิวส์และสวิตซ์ไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าและละชนิดที่มีอยู่ จากนั้นกระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ผ่านสายไฟอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ที่เราเรียกว่า สายกลาง หรือสายกราวน์ กลับออกไป โดยพื้นฐานแล้วจะประกอบด้วย

....1.แหล่งกำเนิดฟ้า ถ้าเป็นวงจรไฟฟ้ากระแสตรงแหล่งกำเนิดไฟฟ้าส่วนใหญ่จะได้แก่ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ ในส่วนไฟฟ้ากระแสสลับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ได้แก่ ไดนาโมกระแสสลับที่ติดตั้งอยู่เขื่อน

....2.สายตัวนำเชื่อมโยง ในที่นี้ได้แก่ สายไฟที่ทำจากลวดตัวนำประเภททองแดงที่มีฉนวนหุ้ม

....3.อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ให้เกิดประโยชน์ตามที่ต้องการซึ่งในวิชาไฟฟ้า เรียกว่า โหลด เช่น หลอดไฟ เตารีด พัดลม เป็นต้น

 

 

( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

........กระแสไฟฟ้าที่ใช้กันตามบ้านเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ( Alternating Current ) หรือ AC ขนาด 220โวลต์ และมีความสูง50 เฮิร์ต ซึ่งระบบไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านมี 2 ระบบคือ

....1.ระบบ 220โวลต์ เฟสเดี่ยว ไฟฟ้าระบบนี้มีสายไฟ2สาย สายหนึ่งเป็นสายที่มีกระแสไฟฟ้าเรียกว่า( Line:L ) และอีกสายเป็นสายที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า เรียกสายนิวตรอน ( Neutron : N )ซึ่งบางครั้งเรียกว่า สายกลาง สายศูนย์ หรือสายดิน

....2.ระบบ380โวลต์ 3เฟส 4สาย ไฟฟ้าระบบนี้มีสายไฟ4สาย โดยสามสายเป็นสายที่มีกระแสไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า( LLL )และความต่างศักย์ระหว่างสายไฟละคู่มีค่า 380โวลต์ส่วนอีกสายหนึ่ง เป็นสายกลางหรือศูนย์ ซึ่งเป็นสายที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า ถ้าวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่าง แต่ละเส้นกับสายกลางจะมีค่า 220 โวลต์

( ที่มา http://www.electron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com )

........ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย เป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เมื่อไฟฟ้าในเฟสใดเฟสหนึ่งขัดข้อง ไฟฟ้าที่เหลืออยู่ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ดังนั้นขณะไฟฟ้าบ้านเราดับ จึงพบว่าบ้านหลังอื่นไฟฟ้าไม่ดับตามด้วย เนื่องจากบ้านนั้นใช้ไฟฟ้าคนละเฟสกับบ้านที่ไฟฟ้าดับ

........กระแสไฟฟ้าจะไหลในวงจรได้ก็ต่อเมื่อต่อวงจรได้ก็ต่อครบวงจร หรือที่เรียกว่า วงจรปิด ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานได้ แต่ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของวงจรขาด หรือที่เรียกว่า วงจรเปิด กระแสไฟฟ้าจะหยุดไหล อุปกรณ์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานทันที

........อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำให้วงจรไฟฟ้าภายในบ้านเป็นวงจรเปิด-ปิด ได้แก่ สวิตซ์ สะพานไฟ และฟิวส์ เป็นต้น เราจึงใช้อุปกรณ์เหล่านี้ควบคุมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

........ถ้าบ้านแต่ละหลังมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลายๆอย่างพร้อมกัน จนโรงไฟฟ้าไม่สามารถข่ายพลังงานไฟฟ้าเพียงพอ จะเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า ไฟตก ซึ่งเป็นผลทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจนไม่เพียงพอในการทำงาน เกิดเหตุการณ์หลอดไฟฟ้าสว่างน้อยกว่าปกติ พัดลมหมุนช้าลง

ไฟตก

คือ ปรากฏการณ์ที่โรงไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายพลังงานได้มากพอเพียงกับความต้องการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นพร้อมๆ กัน มีผลทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลงไม่เพียงพอกับการใช้งาน

ผู้จัดทำ : นายศุภพงศ์ คล้ายคลึง ครูคศ.2 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย