หน้าหลัก

ความต้านทานไฟฟ้า

กฎโอห์ม

ตัวต้านทาน

ชนิดของตัวต้านทาน

การอ่านค่าตัวต้านทาน

วิธีการอ่านตัวแถบสีของตัวต้านทาน

การต่อตัวต้านทาน

อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า

อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า(2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความต้านทานไฟฟ้า

.... ก่อนที่จะใช้กระแสไฟฟ้าต้องมีการส่งพลังงานไฟฟ้าจากโรงงายไฟฟ้าด้วยแรงดันไฟฟ้าที่มีค่าสูงมากๆ จนกระทั่งมาถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย แรงดันไฟฟ้าได้ถูกปรับให้มีค่าลดลงมาอยู่ที่ 220 โวลต์ และส่งข้ามายังสายเมนและมาตรไฟฟ้า บ้านเรือนที่อยู่อาศัยและสถานที่ต่างๆ เมื่อต้องการใช้กระแสไฟฟ้าจะต้องการต่อวงจรไฟฟ้าขึ้นมา

( ที่มา www.oknation.net/blog/25-27/2008/06 )

สายไฟ

.... สายไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์หรืตัวกลางที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้าจากสถานที่หนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งสายไฟทำด้วยวัตถุที่เป็นตัวนำไฟฟ้า ( Conductor ) และฉนวนไฟฟ้า (Insulator ) ซึ่งผลิตจากยาง หรือ พีวีซี ( Poly Vinyl Chloride ) หุ้มตัวนำไฟฟ้าอยู่ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร นอกจากนี้ยังมีสายไฟฟ้าบางชนิดเคลือบด้วยสารเคมีที่มีสมบัติเป็นฉนวน สำหรับใช้ในการทำมอเตอร์ไดนาโม หม้อแปลงไฟฟ้า หรือส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

.... สารที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีจะยอมให้กระแสไฟฟ้า ไหลผ่านได้มากคือ โลหะชนิดต่างๆซึ่งเป็นที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้

1.เงิน 2. ทองแดง 3. ทองคำ 4. อะลูมิเนียม 5.ทังสเตน 6. สังกะสี 7. ทองเหลือง 8. แพลทินัม 9.เหล็กอ่อน 10.นิกเกิล 11. ดีบุก 12.เหล็กกล้า 13.ตะกั่ว 14.ปรอท 15.นิโครม

 

ประเภทสายไฟ

 1.สายเปลือย หมายถึง สายไฟฟ้าที่มีฉนวนหุ้ม สายไฟที่ไม่ฉนวนหุ้ม สายเกลียว แบ่งออกเป็น 2ชนิด คือ

.... .... - สายเปลือยที่ใช้ในระบบสายส่งไฟแรงสูง สายชนิดนี้ส่วนมากทำด้วยอะลูมิเนียม

.... - สายเปลือยที่ใช้เกี่ยวกับงานเครื่องจักรกลไฟฟ้า ในการพันขดลวดสนามแม่เหล็กต่างๆ ทำมอเตอร์ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้า สายเปลือยชนิดนี้จะเคลือบด้านนอกด้วยสารเคมีที่มีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น น้ำยาวานิช เป็นต้น

.... 2. สายหุ้มฉนวน หมายถึง สายที่ทำด้วยโลหะทองดงหรืออลูมิเนียม แล้วหุ้มผิวภายนอกด้วยวัตถุที่เป็นฉนวนไฟฟ้าซึ่งมีหลายชนิดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน ฉนวนที่ใช้หุ้มไฟฟ้าแต่ละชนิดไม่เหมือนกันบางชนิดเหมาะสมสำหรับติดตั้งภายในบ้าน บางชนิดเหมาะสมกับติดตั้งนอกอาคาร บางชนิดเหมาะสมกับการติดตั้งในที่อุณหภูมิสูงๆ หรืไม่สภาพเปียกชื้น ดังนั้นสายไฟแต่ละชนิดของฉนวนที่นำมาหุ้ม เพื่อให้เหมาะสมในแต่ละสภาพที่นำมาติดตั้ง ฉนวนที่หุ้ม เช่น เทอร์โมพลาสติก ได้แก่ พีวีซี ( Poly Vinyl Chloride ) พอลีทีน (Polythene) พอลีเอทลีน ( Polyethylene) หรือ นีโอพรีน ( Neoprene) เป็นต้น สายหุ้มฉนวนบางชนิดอาจจะมีฉนวนหุ้มหนึ่งชั้น สองชั้น หรือสามชั้นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่จะนำไปติดตั้ง

ตารางแสดงชนิดของสายไฟที่ใช้ในบ้านและในโรงงาน

ชนิดของสายไฟ

สารที่เป็นตัวนำไฟฟ้า

สารที่ใช้ทำฉนวน

การใช้งาน

อุณหภูมิสูงสุด ( C)

ความต่างศักย์ ( โวลต์)

ไอวี

วีซีที

วีเอเอฟ

ทีดับบลิว

ทีเอช ดับบลิว

 

เอ็นวายวาย

วีเอฟเอฟ

เอวี

ทองแดง

ทองแดง

ทองแดง

ทองแดง

ทองแดง

 

ทองแดง

ชนิดงอได้

ทองแดง

พีวีซี

พีวีซี

พีวีซี

พีวีซี

พีวีซี

 

พีวีซี

พีวีซี

พีวีซี

 

ติดตั้งในบ้านพักอาศัยทั่วไป

ติดตั้งในงานเครื่องจักรกลต่างๆ

ติดตั้งในบ้านพักอาศัยทั่วไป

บ้านพักอาศัยสำนักงานอุตสาหกรรมทั่วไป

บ้านพักอาศัย สำนักงาน

อุตสาหกรรมทั่วไป

ติดตั้งใต้พื้นดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เครื่องที่ได้

งานไฟฟ้ารถยนต์

60

60

60

60

75

 

60

60

60

 

250

750

250

750

780

 

750

250

แรงดันไฟต่ำๆ

 ( ที่มา www.oknation.net/blog/25-27/2008/06 )

   สีหุ้มฉนวนสายไฟ

....  เพื่อให้เกิดความสะดวกเมื่อจำเป็นต้องนำเอาสายไฟต่อเข้าด้วยกัน หรือในการตรวจวงจรไฟฟ้าที่เดินด้วยสายไฟหลายเส้น บริษัทผู้ผลิตจึงให้สีฉนวนที่ใช้หุ้มสายไฟ แต่นี้ต้องกำหนดสีตามข้อกำหนดสากล ดังนี้

1.สายหุ้มฉนวนชนิด 2 แกน จะต้องมีสีเท่ากับสีดำหรือสีขาว

2. .สายหุ้มฉนวนชนิด 3 แกน ต้องประกอบด้วยสีเท่าอ่อน( ขาว) สีดำ สีแดง

3. .สายหุ้มฉนวนชนิด 4 แกน ต้องประกอบด้วยสีเท่าอ่อน (ขาว) สีดำ สีแดง สีน้ำเงิน

4. .สายหุ้มฉนวนชนิด 5 แกน ต้องประกอบด้วยสีเท่าอ่อน (ขาว) สีดำ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง

5. .สายหุ้มฉนวนชนิด ที่มีสายกราวด์ ( Ground ) สีของกราวด์จะต้องเป็นสีเขียว

ตัวอักษรที่กำกับบนสายไฟ

 .... ตัวอักษรที่กำกับบนสายไฟที่ใช้ทั่วไปในบ้านนอกชื่อปริษัทแล้ว จะมีอักษรอื่นกำกับมาด้วย เช่น300 V PVC/PVC 70C 2x1 SQ.mm TABLE 2

300 V หมายความว่า สายไฟนี้กับความต่างศักย์สูงสุดไม่เกิน 300โวลต์

PVC/PVC หมายความว่า สายไฟนี้ใช้ PAC หุ้มเป็นฉนวน

70C หมายความว่า สายที่ใช้ในอุณหภูมิสูงไม่เกิน 70 C

2x1 SQ.mm หมายความว่า มีลวดตัวนำภายในเป็นสาย 2 เส้นคู่กัน โดยแต่ละเส้นมีพื้นที่หน้าตัด เส้นละ1 ตารางมิลลิเมตร

.... ลวดนำแต่ละชนิดที่นำมาทดลองยอมให้กรแสไฟฟ้าไหลผ่านในปริมาณที่แตกต่างกัน ซึ่งเราเรียกว่าความนำกระแสไฟฟ้า กล่าวคือ ลวดตัวนำที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้มากกว่า เรียกว่ามีความนำไฟฟ้ามาก ลวดตัวนำที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านน้อยเรียกว่า มีความนำไฟฟ้าน้อยลวดตัวนำมีความต้านทานอยู่ เมื่อพิจารณาความนำไฟฟ้ากับความต้านทานจะพบว่า ลวดตัวนำที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลมากหรือความนำไฟฟ้ามากนั้น ลวดตัวนำมีความต้านทายน้อย นั่นแสดงว่า ความนำไฟฟ้ากับความต้านทานไฟฟ้าเป็นส่วนกลับซึ่งกันละกัน

.... ความนำไฟฟ้าเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ตัวอักษร G เป็นส่วนกลับของความต้านทานไฟฟ้า ซึ่งเขียนแทนตัวอักษร R จากกฎของโอห์มที่กล่าวว่า เมื่ออุณหภูมิของลวดตัวนำคงที่

 

 

ผู้จัดทำ : นายศุภพงศ์ คล้ายคลึง ครูคศ.2 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย