หน้าหลัก

ความต้านทานไฟฟ้า

กฎโอห์ม

ตัวต้านทาน

ชนิดของตัวต้านทาน

การอ่านค่าตัวต้านทาน

วิธีการอ่านตัวแถบสีของตัวต้านทาน

การต่อตัวต้านทาน

อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า

อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า(2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การต่อตัวต้านทาน

.....การต่อหลอดไฟก็คือการต่อตัวด้านทานเข้าไปในวงจรไฟฟ้านั่นเอง เพราะในหลอดไฟจะมีไส้หลอดที่ทำด้วยตัวนำไฟฟ้า มีลักษณะเป็นลวดเส้นเล็กๆ เราทราบแล้วว่าลวดตัวนำแต่ละเส้นจะมีความต้านทานอยู่ในตัวมันเองคำหนึ่ง จึงอาจเรียกว่าลวดต้านทานก็ได้

การต่อตัวต้านทานมีอยู่ 3 แบบ คือ

 .....1.การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรม คือ การต่อตัวต้านทานแบบเรียงลำดับกันไปโดยนำปลายของตัวต้านทานหรือหลอดไฟแต่ละดวงมาต่อเรียงกันเป็นแถวเดียวดังภาพ

(การต่อแบบอนุกรม)

.....การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมจะได้ผลดังนี้

.....1. ความต้านทานรวมทั้งวงจรจะเท่ากับผลบวกของความต้านทานของหลอดไฟแต่ละดวง นั่นคือ

R รวม = R 1+ R 2 + R 3 + …

.....2. กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรจะมีค่าเดียว กล่าวคือ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหลอดไฟแต่ละดวงจะเท่ากันหมด และเท่ากับกระแสรวมในวงจรด้วย นั่นคือ

I รวม = I 1 = I 2 = I 3

.....3. ความต่างศักย์รวมของทั้งวงจร จะเท่ากับผลบวกของความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของหลอดไฟแต่ละดวง นั่นคือ

V รวม = V 1+ V 2 + V 3 + …

.....4. ถ้าหลอดไฟหลอดหนึ่งขาด จะทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลครบวงจร จึงทำให้หลอดไฟดวงอื่นๆ ดับด้วย

.....2. การต่อตัวต้านทานแบบขนาน คือ การนำปลายข้างหนึ่งของตัวต้านทานหรือหลอดไฟมารวมกันที่จุดๆ หนึ่ง และนำปลายอีกข้างหนึ่งไปรวมกันที่อีกจุดหนึ่ง ดังภาพ

(การต่อแบบขนาน)

การต่อหลอดไฟแบบขนานจะได้ผลดังนี้

.....1. ความต้านทานรวมของวงจรจะน้อยกว่าความต้านทานของหลอดไฟแต่ละดวง โดยที่ส่วนกลับของความต้านทานรวมจะเท่ากับผลบวกของส่วนกลับของความต้านทานแต่ละตัว นั่นคือ

1/R รวม = 1/R 1 + 1/R 2 + 1/R 3+…

 

.....2. กระแสไฟฟ้ารวมของวงจรจะเท่ากับผลบวกของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟแต่ละดวงนั่นคือ I รวม = I 1 + I 2 + I 3 +…

.....3. ความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของหลอดไฟทุกดวงจะเท่ากันหมด และเท่ากับความต่างศักย์รวมของวงจร นั่นคือ

V รวม = V 1= V 2 = V 3

.....4. ถ้าหลอดไฟดวงหนึ่งขาด หลอดไฟดวงอื่นๆ จะยังคงสว่างอยู่ เพราะกระแสไฟฟ้าจะไม่ผ่านเฉพาะหลอดไฟดวงที่ขาด แต่ยังสามารถไหลผ่านหลอดไฟดวงอื่นๆได้

.....3. การต่อตัวต้านทานแบบผสม เป็นการต่อตัวต้านทานทั้งแบบอนุกรม และแบบขนานในวงจรเดียวกันดังภาพ

(การต่อแบบผสม)

 

.....การพิจารณาคำความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน เมื่อต่อแบบผสมนั้น เราจะแยกพิจารณาเป็นช่วงๆ ถ้าช่วงใดต่อแบบอนุกรมก็จะพิจารณาแบบอนุกรม ถ้าช่วงใดต่อแบบขนานก็จะพิจารณาแบบขนาน

.....ถ้าทดลองต่อหลอดไฟจำนวนเท่ากันทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานโดยใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์เท่ากันแล้วจะพบว่า เมื่อเราต่อหลอดไฟแบบอนุกรมหลอดไฟจะสว่างน้อยกว่าเมื่อต่อแบบขนาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะการต่อแบบอนุกรม จะทำให้ความต้านทานรวมในวงจรมีค่ามากกว่าการต่อแบบขนาน กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านได้น้อยดังนั้นการต่อหลอดไฟภายในบ้านจึงต้องต่อแบบขนาน จึงจะทำให้มีความต้านทานรวมน้อย และมีกระแสไฟฟ้าเพียงพอสำหรับหลอดไฟแต่ละดวง และการต่อแบบขนานจะทำให้เราสามารถเลือกใช้หลอดไฟดวงใดดวงหนึ่งก็ได้ และหากหลอดไฟดวงหนึ่งเสียดวงอื่นๆก็ยังคงทำงานได้เพราะวงจรไม่ได้ต่อกันเป็นสายเดียวแบบอนุกรมรวมทั้งการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้านก็ควรต่อแบบขนานด้วย เพราะเมื่อต้องการใช้อุปกรณ์เครื่องใดก็เปิดสวิตช์เฉพาะอุปกรณ์เครื่องนั้นได้ตามต้องการ

ผู้จัดทำ : นายศุภพงศ์ คล้ายคลึง ครูคศ.2 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย